การอยู่ไฟเป็นศาสตร์และศิลป์ของคนโบราณที่ว่าเมื่อสตรีเริ่มตั้งครรภ์

ในปัจจุบัน การแพทย์สมัยใหม่มีส่วนช่วยทำให้สภาวะการคลอดสะดวกสลายมากยิ่งขึ้น จนดูคล้ายกับว่าความจำเป็นของการดูแลสุขภาพหลังคลอดไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นแม่หลายคน เมื่อเวลาป่านไปหลายปีปรากฏว่า มีอาการหนาวสั่นมากและมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้ บ้างก็บอกว่า แค่ฝนตั้งเค้ามาก็หนาวสะท้านแล้วแพทย์แผนปัจจุบันตอบคำถามของอาการอันเกิดจากการไม่ได้อยู่ไฟว่า เกิดจาก สมองส่วนที่ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายทำงานผิดปกติ เพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน จึงทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ หรือหนาวสะท้าน ในหญิงวัยหมดประจำเดือน(วัยทอง) แต่ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือในวัยที่ยังไม่หมดประจำเดือน ยังคงมีอาการหนาวสะท้าน บางครั้งความหนาวทำให้เจ็บไปถึงภายในร่างกายหรือไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้ เป็นเพราะเหตุใดก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ การอยู่ไฟเป็นศาสตร์และศิลป์ของคนโบราณที่ว่าเมื่อสตรีเริ่มตั้งครรภ์ ภายในร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และขยายตัวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นมดลูก , เลือดลม , ผิวหนังหน้าท้อง , กระดูก , เส้นโลหิต , ระดับฮอร์โมน และส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย จะปรับสภาพเพื่อรอรับการมีบุตร หลังการคลอดบุตรจะเกิดการสูญเสียเลือดจากการหลั่งน้ำคาวปลา ด้วยเหตุนี้เองทำให้คุณแม่หลังคลอดมักเกิดอาการที่เรียกว่าพร่องสารน้ำ ทำให้มีความรู้สึกหนาวกว่าคนอื่น ๆ ในสภาวะปกติ จึงเป็นที่มาของการอยู่ไฟซึ่งเป็นกรรมวิธีโบราณที่ให้ความอบอุ่นแก่คุณแม่หลังคลอด โดยการอยู่ไฟจะช่วยให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น กระแสความร้อนและความเย็นในตัวมีความสมดุลกัน เพราะผู้หญิงหลังคลอดร่างกายจะเย็นและบวมน้ำจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาก ความร้อนจากการใช้ชุดเข็มขัดอยู่ไฟจะทำให้รูขุมขนเปิด ช่วยขับของเสียและน้ำออกได้มาก ร่างกายสามารถขับน้ำคาวปลาออกไปได้ง่ายและเร็วขึ้น เลือดลมก็จะไหลเวียนเป็นปกติ หน้าท้องและมดลูกจะกระชับเข้าที่ นอกจากนี้ความสงบระหว่างการอยู่ไฟยังช่วยให้ได้พักฟื้นร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน สุขภาพก็จะสมบูรณ์แข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนเป็นปกติ ผิวพรรณจะเปล่งปลั่งผ่องใสตลอดไป […]